โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย

๑. หน่วยงานที่รับผิดชอบ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย

๒. ที่ตั้งโครงการ : กองการเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานทหารพัฒนา หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา

๓. ประวัติความเป็นมา

การอนุรักษ์พันธุกรรมพืช เริ่มขึ้นตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพยายามปกปักยางนา
เมื่อ พ.ศ.๒๕๐๓ มีการปลูกป่าสาธิตทดลอง เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ อนุรักษ์พันธุกรรมหวาย จัดทำสวนสมุนไพร

จนกระทั้งเดือนมิถุนายน ๒๕๓๕ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ดำเนินการต่อ โดยมีพระราชดำริให้นายแก้วขวัญ วัชโรทัย เลขาธิการพระราชวังและผู้อำนวยการโครงการส่วนพระองค์ฯ สวนจิตรลดา ดำเนินการอนุรักษ์พืชพรรณของประเทศ และดำเนินการเป็นธนาคารพืชพรรณ รวมทั้งทรงโปรดเกล้าฯ ให้นายแก้วขวัญ วัชโรทัย เป็นประธานคณะกรรมการโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ

สำหรับหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย ได้สนองพระราชดำริฯ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ๒๕๓๗ โดย พลอากาศเอก วรนาถ อภิจารี ผู้บัญชาการทหารสูงสุดในขณะนั้น ได้น้อมเกล้าถวายความพร้อมของพื้นที่ กองการเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานทหารพัฒนา หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา เพื่อเข้าร่วมโครงการ

IMG_0009 P8130045

 

เมื่อ ๗ มกราคม ๒๕๕๓ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ได้เข้าเฝ้า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อทูลเกล้าถวายแผนแม่บทระยะห้าปีที่สี่โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ณ อาคารชัยพัฒนา สวนจิตรลดา ทรงมีพระราชกระแสรับสั่ง ดังนี้ ...พื้นที่ภาคตะวันตกมีสภาพเป็นเขาหินปูน และมีพืชพรรณธรรมชาติที่มีความพิเศษกว่าพื้นที่อื่นควรเฝ้าระวัง ไม่ให้มีคนมาตัดต้นไม้ จัดทำทะเบียนพิกัดต้นไม้รวบรวมเก็บพันธุ์พืชนำมาบันทึกไว้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงยกตัวอย่างการดูแลพื้นที่ปกปักพันธุกรรมพืช โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กองทัพเรือ พร้อมทั้งชมเชยว่าดูแลดี พื้นที่ กองการเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานทหารพัฒนา หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย มีพื้นที่มากให้ปฏิบัติตอนนี้ คือ การเก็บรักษาพื้นที่และทำการสำรวจอย่างเดียว...

 

๔. วัตถุประสงค์โครงการ

๔.๑ เพื่อสนองพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากร

๔.๒ เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้การอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรทางภาคตะวันตกของประเทศ

๔.๓ เพื่อเป็นพื้นที่ให้หน่วยงาน ส่วนราชการ สถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัยที่ร่วมสนองพระราชดำริ
มาทำการศึกษาวิจัยในการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากร โดยหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา จะเป็นผู้ประสานและอำนวยความสะดวกในพื้นที่

๔.๔ เพื่อเผยแพร่ความรู้ ผลการศึกษาวิจัยในการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากร

๔.๕ เพื่อให้เกิดประโยชน์แท้จริงแก่ชุมชน ประชาชนทั่วไป

๕. อาณาเขตพื้นที่

ทิศเหนือและทิศตะวันออก จรดอุทยานแห่งชาติเอราวัณ

ทิศใต้และทิศตะวันตก จรดอุทยานแห่งชาติไทรโยค ซึ่งมีแม่น้ำแควน้อยเป็นแนวเขตส่วนใหญ่

ปัจจุบันมีพื้นที่ดำเนินงานทั้งสิ้น ๒๐,๕๒๕ ไร่ ประกอบด้วย

- พื้นที่เขาวังเขมร ซึ่งเป็นพื้นที่ปกปัก จำนวน ๑๕,๘๘๐ ไร่

- พื้นที่แปลง ๙๐๕ จำนวน ๑,๔๙๑ ไร่ และเป็นพื้นที่ที่มีราษฎรอยู่อาศัย จำนวน ๒,๙๑๙ ไร่ พื้นที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค จำนวน ๒๓๕ ไร่

ประชุม ๓๐ ส

พื้นที่แปลง ๙๐๕ ซึ่งมีพื้นที่ ๑,๔๙๑ ไร่ เป็นการดำเนินงานตามพระราชวินิจฉัยของพระองค์ เมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๔๗ ให้จัดตั้งศูนย์เรียนรู้ อนุรักษ์ พัฒนา และใช้ประโยชน์ทรัพยากรอย่างยั่งยืนสู่เศรษฐกิจพอเพียง

๖. การดำเนินงานของโครงการ

มีกรอบดำเนินการตามแนวทาง ๓ กรอบแนวทาง ๘ กิจกรรม โดยหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา รับมอบการดำเนินงานใน ๓ กรอบแนวทาง ๖ กิจกรรม และได้ดำเนินการตามแผนแม่บทระยะห้าปีที่ห้า (ตุลาคม ๒๕๕๔ - กันยายน ๒๕๕๙) ดำเนินการดังนี้