โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และสวนพฤกษศาสตร์ใน

โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน

๑. หน่วยงานที่รับผิดชอบ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน

๒. ที่ตั้งโครงการ : โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน

๓. ประวัติความเป็นมา

สนองพระราชดำริในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ จำนวน ๕ กิจกรรม คือ

๑. กิจกรรมปกปักพันธุกรรมพืช

เป็นกิจกรรมที่ดำเนินการโดยการสำรวจพื้นที่ป่าดั้งเดิม ป่าธรรมชาติ ในบริเวณที่รับผิดชอบปฏิบัติงาน เพื่อจัดทำเป็นพื้นที่ปกปักเพื่อรักษาพันธุกรรมพืชดั้งเดิม โดยมีแนวความคิดว่าหากรักษาป่าดั้งเดิมไว้ได้ ก็จะรักษาพันธุกรรมพืชดั้งเดิมและสามารถทำการศึกษา ตลอดจนนำมาใช้ประโยชน์ต่อไปได้/งานที่จะดำเนินการในกิจกรรมนี้ โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ได้กำหนดงานที่ต้องดำเนินการให้สอดคล้องเหมือนกันทุกส่วนราชการที่ร่วมสนองงาน เช่น งานสำรวจ พืชพรรณ/งานทำป้ายชื่อและประโยชน์ของพรรณไม้ติดประจำต้น/งานติดรหัสประจำต้น เป็นต้น

เป้าหมาย : ดำเนินการในพื้นที่เป้าหมายโดยมุ่งเน้นในพื้นที่ตั้งหน่วยซึ่งหน่วยไม่มีโครงการที่จะทำการก่อสร้างหรือเพื่อการอื่นใด เช่น ป่าที่อยู่ในบริเวณที่ตั้งหน่วยตำรวจตระเวนชายแดนทุกระดับ รวมทั้งกองกำกับการฝึกพิเศษหรือป่าชุมชนบริเวณโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนที่ได้ดำเนินการต่อเนื่องจากระยะ ๕ ปีที่สาม

๒. กิจกรรมสำรวจเก็บรวบรวมพันธุกรรมพืช

เป็นกิจกรรมที่ดำเนินการสำรวจเก็บรวบรวมพันธุกรรมพืชที่มีคุณค่าหายากในท้องถิ่นที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงหรือสูญสิ้นจากการพัฒนาด้านกายภาพ เช่น จากการทำอ่างเก็บน้ำ/ทำถนน/การพัฒนาเปลี่ยนแปลงจากป่าธรรมชาติเป็นพื้นที่เกษตร ฯลฯ ซึ่งคาดว่าพันธุกรรมพืชในพื้นที่เหล่านั้น อาจสูญหายไป กิจกรรมนี้เป็นการดำเนินงานนอกพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจตระเวนชายแดน ส่วนใหญ่จะอยู่ในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ในทุกเขตพรรณพฤกษชาติ แต่ตำรวจตระเวนชายแดนสามารถดำเนินงานได้ โดยการช่วยสำรวจเก็บรวบรวมในรูป เมล็ด/กิ่ง/ต้น จากพื้นที่ปฏิบัติงานแต่ในกรณีพื้นที่ปฏิบัติงานดังกล่าวอยู่ในเขตความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ให้สำรวจและเก็บเฉพาะข้อมูลด้านพฤกษศาสตร์พื้นบ้าน การใช้ประโยชน์พืชพรรณท้องถิ่นหรืภูมิปัญญาท้องถิ่นโดยไม่ต้องเก็บพันธุกรรมพืช

ป้าหมาย : มุ่งเน้นในพื้นที่ลาดตระเวนหรือปฏิบัติงานของตำรวจตระเวนชายแดนเป็นหลัก โดยเฉพาะบริเวณใกล้เคียงพื้นที่ที่ได้ดำเนินกิจกรรมปกปักพันธุกรรมพืชแล้ว

 

 

. กิจกรรมปลูกรักษาพันธุกรรมพืช

เป็นกิจกรรมต่อเนื่องจากการสำรวจเก็บรวบรวม โดยการนำพันธุกรรมพืชไปเพาะและปลูกในพื้นที่ปลอดภัยคือพื้นที่ปกปักหรือที่ตั้งหน่วย จากนั้นจึงส่งต่อไปยังสำนักงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ หรือพื้นที่ที่สำนักงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ กำหนด เช่น ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่มีอยู่ ๖ ศูนย์ทั่วประเทศ หรือศูนย์วิจัยและสถานีทดลองของกรมวิชาการเกษตรหรือพื้นที่ที่จังหวัดหรือสถาบันการศึกษาทูลเกล้าฯ ถวายเข้าร่วมสนองพระราชดำริ เป็นต้น

ป้าหมาย : ดำเนินการในทุกพื้นที่ที่ดำเนินการกิจกรรมสำรวจเก็บรวบรวมพันธุกรรมพืชแล้วโดยต่อเนื่อง

๔. กิจกรรมสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช

เป็นกิจกรรมที่จะปลูกจิตสำนึกให้เยาวชน บุคคลทั่วไปได้เข้าใจถึงความสำคัญและประโยชน์ของพันธุกรรมพืชให้รู้จักหวงแหน รู้จักการนำไปใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนซึ่งมีความสำคัญต่อการจัดการอนุรักษ์และใช้ทรัพยากรของประเทศ ซึ่งพระราชทานพระราชดำริ ให้ดำเนินการกับเยาวชนโดยการฝึกอบรมให้เห็นประโยชน์ ความงดงามเกิดความปิติที่จะทำการอนุรักษ์ แทนที่จะสอนให้อนุรักษ์แล้วเกิดความเครียด

เป้าหมาย : เยาวชนในพื้นที่ตั้งหน่วย และในพื้นที่หมู่บ้าน เขตบริการของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเรียน ร.ร.ตชด. และตชด.ที่ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรภายในหน่วย จะมีความรู้/เกิดจิตสำนึกในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช/สามารถดำเนินกิจกรรมสนับสนุนโครงการในทุกกิจกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และดำเนินการในทุกหน่วยที่ได้ดำเนินกิจกรรมปกปักพันธุกรรมพืชแล้ว

๕. กิจกรรมพิเศษสนับสนุนการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช

๔. วัตถุประสงค์โครงการ

๔.๑ เพื่อสนองพระราชดำริในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ตามกรอบแนวทางกิจกรรมที่กำหนดอย่างต่อเนื่องตามที่ทรงมีพระราชวินิจฉัยไว้แล้ว

๔.๒ เพื่อพัฒนาพื้นที่ตั้งหน่วยและพื้นที่ในความรับผิดชอบเป็นแหล่งปกปักรักษา เก็บรวบรวม สำรวจศึกษาในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชท้องถิ่น

๔.๓ เพื่อสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชแก่ตำรวจตระเวนชายแดนและเยาวชนในพื้นที่ปฏิบัติงานของหน่วย

๕. ผลการดำเนินการ (ปี ๒๕๕๖ ๒๕๕๗)

ระดับกองบัญชาการ

๑. มีนโยบายในการดำเนินงานต่อเนื่องจากระยะ ๕ ปีที่สาม ใน ๕ กิจกรรมหลัก คือ

- กิจกรรมปกปักพันธุกรรมพืช พื้นที่ ๑๒,๖๘๕ ไร่ ๑ งาน ๗ ตารางวา

- กิจกรรมสำรวจเก็บรวบรวมพันธุกรรมพืช พื้นที่ ๕๓๑ ไร่ ๒ งาน ๕๕ ตารางวา

- กิจกรรมปลูกรักษาพันธุกรรมพืช พื้นที่ ๑,๐๘๕ ไร่ ๔๓ งาน

- กิจกรรมสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช พื้นที่ ๓,๒๘๔ ไร่ ๓ งาน ๒๖ ตารางวา

- กิจกรรมพิเศษสนับสนุนการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช

๒. ประสานความร่วมมือกับสำนักงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และหน่วยงานทางวิชาการ เช่น มหาวิทยาลัยต่างๆ ในพื้นที่ดำเนินงาน เพื่อสนับสนุนทางด้านวิชาการแก่หน่วยในการดำเนินงานโครงการฯ

๓. ติดตามผลการดำเนินงานโครงการ และสรุปผลการดำเนินงานรายงานผลให้สำนักงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ ทราบทุกรอบ ๓ เดือน มีคณะต่างๆ ศึกษาเรียนรู้ จำนวน ๕๖๑ คณะ ๖๑,๓๘๗ คน

ระดับกองบังคับการ

- กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค ๑- ๔

- กำหนดพื้นที่เป้าหมายเพื่อดำเนินกิจกรรมปกปักพันธุกรรมพืช เพิ่มเติม โดยในระยะที่ผ่านมาแม้ได้มีการชะลอตัวในการขยายพื้นที่เพื่อไม่ให้มีมากเกินไปจนขาดคุณภาพในปี ๒๕๔๙- ๒๕๕๔ จะขยายผลดำเนินการในพื้นที่เป้าหมายตามขีดความสามารถและความเหมาะสมโดยมุ่งเน้นดำเนินการใน ร.ร.ตชด. ให้ครบทุกแห่ง

- เมื่อหน่วยดำเนินงานกิจกรรมปกปักพันธุกรรมพืชแล้วให้พิจารณาดำเนินงานกิจกรรมสำรวจเก็บรวบรวมพันธุกรรมพืช/กิจกรรมปลูกรักษาพันธุกรรมพืช/และกิจกรรมสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชรองรับ

- กำหนดแนวทางการปฏิบัติโดยจัดทำโครงการเสนอไปยัง กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน

- รายงานผลการปฏิบัติให้กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนทราบทุกรอบ ๓ เดือน

กองบังคับการฝึกพิเศษ

- กำหนดพื้นที่เป้าหมายเพื่อดำเนินกิจกรรมปกปักพันธุกรรมพืช โดยให้กองกำกับการฝึกพิเศษ ทั้ง กองกำกับการ พิจารณากำหนดตามขีดความสามารถและพื้นที่ที่เหมาะสม

- เมื่อหน่วยใดดำเนินกิจกรรมปกปักพันธุกรรมพืชแล้ว ให้พิจารณาดำเนินกิจกรรมสำรวจเก็บรวบรวมพันธุกรรมพืช กิจกรรมปลูกรักษาพันธุกรรมพืช และกิจกรรมสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชรองรับ

- ให้พิจารณาสอดแทรกกิจกรรมโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ เป็นส่วนหนึ่งในหลักสูตรการฝึกอบรมข้าราชการตำรวจภายในหน่วย รวมถึงการฝึกอบรมเยาวชน/ลูกเสือ/เนตรนารี ที่เข้ามาฝึกอบรม

- กำหนดแนวทางปฏิบัติโดยจัดทำโครงการเสนอไปยังกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน

- รายงานผลการปฏิบัติให้กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนทราบ ทุกรอบ ๓ เดือน

กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ

- กำหนดพื้นที่เป้าหมายเพื่อดำเนินกิจกรรมปกปักพันธุกรรมพืช โดยให้พิจารณาดำเนินการตามขีดความสามารถและพื้นที่ที่เหมาะสมในความรับผิดชอบของหน่วย

- เมื่อหน่วยใดดำเนินกิจกรรมปกปักพันธุกรรมพืชแล้ว ให้พิจารณาดำเนินกิจกรรมสำรวจเก็บรวบรวมพันธุกรรมพืช กิจกรรมปลูกรักษาพันธุกรรมพืช และกิจกรรมสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชรองรับ

- ให้พิจารณาสอดแทรกกิจกรรมโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ เป็นส่วนหนึ่งในหลักสูตรการฝึกอบรมข้าราชการตำรวจภายในหน่วย รวมถึงการฝึกอบรมเยาวชน/ลูกเสือ/เนตรนารีที่เข้ามารับการฝึก

- กำหนดแนวทางปฏิบัติโดยจัดทำโครงการเสนอไปยังกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน

- รายงานผลการปฏิบัติให้กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนทราบ ทุกรอบ ๓ เดือน

ระดับ กองกำกับการ

- กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน ๑๑-๑๔, ๒๑-๒๔, ๓๑-๓๔, ๔๑-๔๔, กองกำกับการ ๑-๙ กองบังคับการฝึกพิเศษ,ศูนย์อำนวยการโครงการพัฒนา, หน่วยงานระดับกองกำกับการในสังกัดกองบังคับการสนับสนุนทางอากาศที่ได้รับมอบหมายและ ร.ร.ตชด. ที่ได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกสวนพฤกษศาสตร์ในโรงเรียนรับผิดชอบการปฏิบัติงานตามโครงการฯ และรายงานผลตามห้วงระยะเวลารอบ ๓ เดือน

 

ImageImageDSC03622

 

สวนพฤกษศาสตร์ในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน

ตามที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำริบางประการเกี่ยวกับการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช

"การสอนและอบรมให้เด็กมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์พืชพรรณนั้น ควรใช้วิธีการปลูกฝังให้เด็กเห็นความงดงาม ความน่าสนใจ และเกิดความปิติที่จะทำการศึกษาและอนุรักษ์พืชพรรณต่อไป การใช้วิธีการสอนอบรมที่ให้เกิดความรู้สึกกลัวว่า หากไม่อนุรักษ์แล้วจะเกิดผลเสีย เกิดอันตรายแก่ตนเอง จะทำให้เด็กเกิดความเครียด ซึ่งจะเป็นผลเสียแก่ประเทศในระยะยาว"

โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้ดำเนินงานสนองพระราชดำริจัดงาน " สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน " เพื่อเป็นสื่อในการสร้างจิตสำนึกด้านอนุรักษ์พันธุกรรมพืช โดยให้เยาวชนนั้นได้ใกล้ชิดกับพืชพรรณไม้ เห็นคุณค่าประโยชน์ ความสวยงาม อันจะก่อให้เกิดความคิดที่จะอนุรักษ์พันธุกรรมพืชต่อไป

วัตถุประสงค์โครงการ

๑. เพื่อสร้างจิตสำนึกในนักเรียนมีความรักและเห็นคุณค่าของพืชพรรณไม้  

๒. เพื่อให้โรงเรียนเป็นแหล่งรวบรวมตัวอย่างพรรณไม้ ข้อมูลพรรณไม้     

๓. เพื่อเก็บรักษาพรรณไม้ เพื่อประโยชน์ทางการศึกษา

http://www.rspg.or.th/botanical_school/sc_bot/sc_bot_2555/sb17/pic2.jpg

 

 

 


 

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

๑. เกิดความร่วมมือร่วมใจภายในโรงเรียน และโรงเรียนกับชุมชน

๒. เป็นแหล่งข้อมูลพรรณไม้

๓. ศึกษาค้นคว้า เกิดผู้เชี่ยวชาญ เกิดผลงานทางวิชาการ

๔. นักเรียน ครู และบุคลากรของโรงเรียนรู้จักใช้สื่อธรรมชาติที่มีอยู่รอบตัว รู้จักตั้งคำถาม

๕. หาคำตอบ ช่างสังเกตและค้นคว้า มีจิตใจอ่อนโยน เห็นประโยชน์และคุณค่า ทำให้เกิดความรักในพรรณพืชและไม่คิดทำลายป่าไม้

 

.........................................................................